สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยืนยันการลงมติ “ภายในวันอังคารที่ 12 ม.ค.” เรียกร้องให้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ใช้อำนาจตามบทบัญญัติจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยึดอำนาจบริหารจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่านางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันอาทิตย์ ขอให้สมาชิกทั้ง 435 คนเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันตลอดสัปดาห์นี้ เนื่องจากจะมีการพิจารณาและลงมติต่อบทบัญญัติสำคัญ ว่าด้วยการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สืบเนื่องจากเหตุจลาจล ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ บทบัญญัติข้อแรกที่เปโลซียืนยันว่า จะมีการอภิปรายและลงมติ “ไม่เกินวันอังคารที่ 12 ม.ค.” คือการเรียกร้องให้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และคณะรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามบทบัญญัติจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐ ครั้งที่ 25 เพื่อยึดอำนาจบริหารจากผู้นำสหรัฐ ซึ่งไม่อยู่ในสถานะที่จะสามารถบริหารประเทศได้อีก และขอให้เพนซ์ “ตอบกลับ” ภายใน 24 ชั่วโมง แล้วหลังจากนั้น สภาผู้แทนราษฎรจะเดินหน้าบทบัญญัติเกี่ยวกับการถอดถอนทรัมป์ต่อไป โดยข้อกล่าวหาที่มีการร่างไว้ ระบุว่าผู้นำสหรัฐ “เป็นภัยต่อความมั่นคง กระบวนการประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญของชาติ”
 
ในเวลาเดียวกันมีรายงานด้วยว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างน้อย 210 คน หรือเกือบครึ่งของเกณฑ์ขั้นต่ำเสียงข้างมาก เข้าชื่อสนับสนุนกระบวนการถอดถอนผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน ทำให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ต้องเผชิญกับการถอดถอน 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 4 ปีของการดำรงตำแหน่ง
 
อนึ่ง กระบวนการในขั้นตอนของวุฒิสภาอาจไม่ทันเวลา ด้วยข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาที่ทรัมป์เหลือเวลาอีกเพียง 10 วันในตำแหน่ง หมายความว่า ขั้นตอนของสภาสูงจะอยู่ภายใต้การดำเนินงานในยุคของนายโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนใหม่ อย่างไรก็ดี ไบเดนยืนยันว่า เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ