บริการด้านอาหาร: กินอาหารอย่างไร ป้องกัน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ หัวข้ออาหารป้องกัน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ เพราะโรคนี้ถือเป็นภัยเงียบที่สามารถทำให้ให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้โดยไม่ทันตั้งตัว

ว่าด้วยเรื่องผัก ควรกินให้หลากหลายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าหลากหลายอย่างไร สังเกตสีผักก็ได้ พยายามกินให้ครบ 5 สี และแต่ละวันในหนึ่งสัปดาห์ก็ไม่ควรกินผักซ้ำชนิดกัน ทั้งสดและสุกแบบที่อาจารย์สาทิส  อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับ ชีวจิต แนะนำไว้

แหล่งเลือกซื้อผักควรมาจากฟาร์มที่ปลอดภัยไร้สารเคมีเจือปน

ส่วนผลไม้ก็ต้องเป็นผลไม้สดและสุก เนื่องจากย่อยง่ายกว่า โดยเลือกผลไม้ชนิดไม่หวาน เช่น ฝรั่ง ชมพู่ อะโวคาโด กินเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อ ดร.นาตาชาแนะนำให้กินผลไม้สดตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ เนื่องจากมีสารอาหารทั้งวิตามินและเกลือแร่สูง

ผลิตภัณฑ์จากนม

ที่ผ่านมาทุกคนเข้าใจว่าอาจารย์สาทิสให้งดนมวัว เนื่องจากกังวลเรื่องการแพ้แล็กโทสหรือน้ำตาลที่อยู่ในนมวัว แต่ตอนนี้อาการแพ้แล็กโทสแพร่หลายไปในคนทุกเชื้อชาติ

คนที่มีอาการแพ้จะไม่สามารถผลิตเอนไซม์แล็กเทสเพื่อย่อยน้ำตาลแล็กโทสได้ ถามว่าทำไมบางคนถึงไม่มีอาการแพ้คำตอบคือ คนคนนั้นมีแบคทีเรียในลำไส้ชนิดที่สามารถย่อยน้ำตาลแล็กโทสได้ ซึ่งเป็นแบคทีเรียตระกูล E. Coli อย่างไรก็ตาม หากมีอาการแพ้แล็กโทสก็ควรเลี่ยงนมวัวไปกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติแทน

ทั้งนี้หากเป็นไปได้ควรกินนมสดจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปใดๆ ยิ่งถ้าเป็นนมที่มาจากวัวที่เลี้ยงตามท่ามทุ่งบุงหนองจะดีที่สุด

ไข่

ปัจจุบันไข่ที่มาจากไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาตินั้นมีมากขึ้นในตลาดบ้านเรา มีกลุ่มเกษตรกรออร์แกนิกรุ่นใหม่หลายกลุ่มที่มีไข่ขายตลอดปี (เราเรียกไข่เหล่านี้ว่า ไข่จากไก่อารมณ์ดี หรือ Free Range Egg) เช่น ฟาร์มโสต จังหวัดเพชรบูรณ์, ไร่สุขพ่วง จังหวัดราชบุรี

ทั้งนี้ไข่เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย สูตรการรักษาแบบตะวันตกโบราณให้กินไข่ไม่สุกเพื่อรักษาวัณโรค เนื่องจากไข่มีสารอาหารกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน มีการศึกษาทางคลินิกพบว่า หากผู้ที่มีอาการความจำเสื่อมกินไข่ ติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาสมองและความจำ

ไขมัน

เพราะบทความ Diet Heart Hypothesis ของคุณเบนจามิน  แอนเซิล  คีย์ ทำให้เรากลัวไขมันกันราวกับกลัวผีมากว่าครึ่งทศวรรษ แต่จากคอลัมน์ Nutrition Revolution ในนิตยสารชีวจิต ฉบับ 16 มกราคม ที่ผ่านมา คงทำให้เราถึงบางอ้อกันบ้างแล้วว่า อิทธิพลของใครและการโฆษณาแบบไหนที่ทำให้เรากลัวอาหารที่บรรพบุรุษเรากินกันมา และอัตราการป่วยของคนรุ่นเขาก็น้อยกว่าคนรุ่นเรา

อย่างไรก็ตาม เรายังต้องกินไขมันให้หลากหลาย จะว่าไปร่างกายเราสามารถสร้างไขมันอิ่มตัวเองได้ แต่ไม่สามารถสร้างโอเมก้า -3 และโอเมก้า -6 เองได้

ฉะนั้นในหน้ากระดาษนี้ ขอแนะนำวิธีกินน้ำมันสกัดเย็นซึ่งมีโอเมก้า -3 และโอเมก้า -6 ในราคาสูงปรี๊ดและมีความบอบบางมาก นั่นคือ ไม่สามารถผ่านความร้อนสูงได้(จึงต้องกินเป็นน้ำสลัดเท่านั้น) และถูกทำลายโดยออกซิเจนและแสงได้ ฉะนั้นจึงต้องเลือกน้ำมันสกัดเย็นแบบที่อยู่ในขวดแก้วทึบแสงและเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำหรือในตู้เย็น หากใช้อย่างถูกวิธี น้ำมันสกัดเย็นเหล่านี้จะให้คุณค่าไขมันดีแบบที่เราต้องการ

แม้ว่าน้ำมันสกัดเย็นจะดีงามขนาดนี้ เราก็ยังเลือกกินอาหารอย่างอื่นแทนได้ เช่น ผักสีเขียวเข้ม ถั่ว และเมล็ดพืช ซึ่งก็ให้กรดแอลฟาไลโนเลอิก หรือ ALA หรือโอเมก้า -3 และกรดไลโนเลอิก หรือ LA หรือโอเมก้า -6 ที่ร่างกายต้องการเหมือนกัน

ทั้งนี้ในบรรดาไขมันทั้ง 3 ประเภท ร่างกายต้องการในสัดส่วน 1 : 1 : 1 นอกจากนี้สำคัญที่สุดที่คนทั้งประเทศต่างพูดกันและขอย้ำอีกครั้งคือ “งดการกินไขมันทรานส์” ค่ะ

ข้าว

ข้าวรวมทั้งธัญพืชอื่นๆ เช่น ลูกเดือย คีนัว ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์เหล่านี้ร่างกายต้องการชนิดไม่ขัดขาว และหุงในแบบที่บรรพชนทำกันมา คือ ไม่ควรผ่านการแปรรูปเป็นแป้งหรืออื่นๆทั้งนี้ปัจจุบันมีข่าวลือเรื่องสารเล็กติน (Lectin) และกรดไฟเตต (Phytate) ที่เข้าไปยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุ ทำให้เกิดภาวะขาดแร่ธาตุ ส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกพรุนก่อนวัย

แถมยังมีสารกลูเตน (Gluten) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ในข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ข้าวบาร์เลย์ มีคุณสมบัติย่อยยาก ก่อปัญหาต่อระบบการย่อยและการดูดซึม ข่าวลือเหล่านี้เป็นเรื่องจริง แต่ด้วยความเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายต้องการ เราจึงยังต้องบริโภค โดยเฉพาะข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย จึงแนะนำให้ปรุงธัญพืชเหล่านี้ให้สุกด้วยวิธีโบราณ

สำหรับคนเดินดินกินข้าวแกงอย่างเราให้นำข้าวไปแช่น้ำค้างคืน ซึ่งเป็นการหมักเพื่อหนึ่ง เกิดแบคทีเรียดีที่จะเข้าไปช่วยระบบการย่อย สอง ลดสารเล็กตินและกรดไฟเตตลง อีกทั้งยังเป็นการย่อยสารกลูเตนบางส่วน สาม ช่วยให้ธัญพืชเหล่านี้ปล่อยสารอาหารที่จำเป็นออกมา

หลังจากแช่น้ำแล้วก็นำมาหุงตามปกติ ปู่ย่าตายายของเรากินข้าวกับน้ำพริกน่ะสิจ๊ะถึงได้สะได้สวย คนรุ่นเราก็เช่นกัน แนะนำให้“มองบน”กับข่าวลือเหล่านั้นค่ะ

เนื้อสัตว์

เนื้อสัตว์ยังเป็นอาหารอร่อยลิ้นของหลายครอบครัว ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ายังเลิกไม่ได้ แนะนำว่า ต้องเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการแปรรูป (จำพวกแฮม ไส้กรอก เบคอน เนื้อสัตว์ในกระป๋อง) แต่ต้องเป็นเนื้อสัตว์ที่มาจากการเลี้ยงตามธรรมชาติเท่านั้น

อาหารทะเล

ควรต้องเลี่ยงอาหารทะเลที่แปรรูปแล้ว ทั้งที่อยู่ในกระป๋องและแบบที่ปรุงมาสำเร็จในแพ็ค เลือกกินอาหารทะเลที่มาจากการจับตามธรรมชาติ แทนการกินสัตว์น้ำที่เลี้ยงในฟาร์มหรือบ่อ แม้ว่าหลายคนอาจกังวลมลพิษที่มาจากทะเลก็ตาม

อย่างไรก็ดี มีงานวิจัยรายงานว่า ผู้ที่ไม่จำกัดการกินปลาจะมีสุขภาพแข็งแรงกว่าและด้วยร่างกายที่แข็งแรง ระบบการกำจัดพิษในร่างกายก็ย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่า ปัจจัยที่สำคัญต่อการกำจัดพิษคือ แบคทีเรียดีที่อยู่ในลำไส้ ฉะนั้นหากกังวลเรื่องมลพิษจากทะเลที่ปนเปื้อนในเนื้อปลา ก็ให้กินโพรไบโอติกเสริมเพื่อแบคทีเรียดีจะได้แข็งแรง